แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ งานเสริมออนไลน์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ งานเสริมออนไลน์ แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2555

แนวคิด การตลาดดึงดูด (Attraction Marketing)


วิธีการที่ทำให้ผู้มุ่งหวัง...ขอทำธุรกิจเครือข่ายกับคุณเอง...คลิก




การตลาดดึงดูด (Attraction Marketing) คือ รูปแบบหนึ่งของการทำการตลาดแบบดึงดูด บนอินเตอร์เน็ต

เป็นลักษณะการนำเสนอข้อมูลเพื่อดึงดูดกลุ่มเป้าหมาย  ไม่ว่าจะเป็นการทำธุรกิจเครือข่ายระบบการตลาดหลายชั้น(MLM)

หรือการตลาดแบบนายหน้าตัวแทน(Affiliate Marketing) ที่รับผลประโยชน์เป็นค่าคอมมิชชั่น

การตลาดดึงดูด ไม่ใช่วิธีการแบบซื้อรายชื่ออีเมล หรือกระตุ้นด้วยวิธีที่ไม่เป็นที่ต้องการของคนอื่น

แนวคิดของการตลาดดึงดูด

1.  ต้องกำหนดกลุ่มเป้าหมาย ว่าคุณต้องการสื่ออะไร ถึงใคร เพื่อดึงดูดความสนใจของคนเหล่านั้นที่เข้ามาในเว็บไซต์ของคุณ คุณจะได้กลุ่มเป้าหมายที่ใช่จริง ๆ

2.  สร้างความรู้สึกว่าบล็อกหรือเว็บไซต์คุณให้สิ่งเค้ากำลังต้องการรู้และหาได้จากที่นี่

3.  มีข้อเสนอที่ดี ๆ ให้ฟรี เมื่อมีคนกรอกข้อมูลให้กับบล็อกหรือเว็บไซต์คุณ

วิธีการของการตลาดดึงดูด
หลักการของการตลาดดึงดูด ก็คือทำให้คนรู้จักบล็อกหรือเว็บไซต์ของคุณ และอยากจะติดตามรู้ข้อมูลความเคลื่อนไหวจากบล็อกหรือเว็บไซต์ที่คุณทำขึ้นมา
และก็มีหลายวิธีการที่จะทำให้บล็อกหรือเว็บไซต์ของคุณเป็นที่รู้จัก

1.  PPC ADS (Pay-Per-Clik Advertising) รูปแบบโฆษณาที่จะต้องจ่ายเงินและเห็นผลเร็ว เช่น โฆษณากับ Google เรียกว่า Google Adwords ที่อยู่ที่ด้านขาวมือของ google
2.  ประกาศโฆษณาตามเว็บไซต์ต่าง ๆ ซึ่งมีอยู่มากมาย อันนี้ไม่เสียเงิน แต่ต้องขยันทำการประกาศโฆษณา
3.  ทำแบนเนอร์เพื่อนำไปโฆษณา ตามเว็บไซต์ต่าง ๆ อันนี้ก็จะมีค่าใช้จ่าย
4.  Facebook ก็เป็นการโฆษณาที่ดี ถ้าคุณมีสังคมของ Facebook  นำบล็อกหรือเว็บไซต์แนะนำให้เพื่อน ๆ คุณรู้จัก
5.  Youtube Videos ทำวีดีโอของคุณลง Youtube เป็นการประชาสัมพันธ์ให้คนรู้อีกทางหนึ่ง

การตลาดดึงดูด (Attraction Marketing) เป็นเครื่องมือทางการตลาดอีกรูปแบบ  เมื่อนำมาใช้ในธุรกิจเครือข่ายแบบออนไลน์

ก็คือทำอย่างไรให้เราได้ผู้มุ่งหวังที่สนใจในธุรกิจของคุณ โดยที่เราไม่ต้องไปตามตื้อใครแต่บุคคลเหล่านั้นเกิดความสนใจด้วยตัวเอง


ทำการบ้านก่อนเดินหน้า
ระบุเป้าหมายให้ชัดเจน และรัดกุมที่สุด  เปรียบเหมือนเราไปตกปลาล่ะครับ ต้องดูด้วยว่าเราจะไปตกปลาอะไร เหยื่อที่ใช้จะต้องเป็นอะไร ไม่ใช่เหวี่ยงๆไป
ศึกษาแยกแยะในสิ่งที่เขาต้องการ ให้ชัดเจน และขาดอะไร
เสนอทางเลือกที่น่าสนใจ

คำแนะนำในการทำการบ้านเพื่อศึกษากลุ่มเป้าหมาย

เทคนิคที่ผมใช้  ก็คือ
1. จับตัวเองไปอยู่ในฐานะผู้มุ่งหวัง  - คุณคิดอะไรอยู่  คุณต้องการอะไร อะไรที่ทำให้คุณตัดสินใจ? ทำให้คุณเข้าร่วม
คนแบบไหนคือผู้มุ่งหวังมากที่สุด? คุณอยากได้แบบไหน คุณคงไม่ต้องการใครก็ได้ที่จะมาร่วมธุรกิจคุณ ? คุณคงต้องการคนที่มีแนวความคิดเดียวกับคุณคือ ความมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จ
ถามตัวเองต่อไปว่า พวกเขาอยู่ในวัยไหน วัยรุ่น วัยทำงาน วัยชรา เพราะคนแต่ละวัยความต้องการก็แตกต่างกันครับ  แล้วถามตัวเองว่าสิ่งที่คุณมี ว่าเราให้อะไรกับเขาได้บ้าง มีประโยชน์ต่อเขาแค่ไหน สิ่งที่เรามีอยู่ เราสามารถให้เขาเหล่านั้นได้มั้ย
สร้างให้เป็นบรรยากาศกันเอง ผ่อนคลาย หลายๆคนมักจะชอบขู่ คนที่วิ่งหนี มักจะวิ่งหนีไปแบบไม่มีทิศทาง ครับ ไม่เหมือนคนที่วิ่งตรง เพราะเขาจะตรงเข้าหาจุดมุ่งหมาย

2. การเข้าร่วมธุรกิจใดๆ หรือซื้อสินค้าอะไรก็ตาม
เป็นการตัดสินใจที่ใช้อารมณ์เป็นตัวกำหนด  คนเราส่วนใหญ่ ตัดสินด้วยอารมณ์ มีพลังมาจากความพอใจ จากข้างใน
อารมณ์ มีพลังกว่าเหตุผล
อารมณ์ตัดสินเพื่อตัวเอง แล้วหาเหตุผลสนับสนุนเพื่อให้คนอื่นยอมรับ

3.หลีกเลี่ยงความเจ็บปวด หรือแสวงหาความรื่นรมย์
ไม่ว่าเราทำอะไร หรือเลือกอะไร เราทำเพราะเหตุผลข้อใดข้อหนึ่ง
เราไม่ได้ทำอะไรหรือเลือกอะไรเพราะมันมีตรรกะที่ดี

4  ยึดหลักการ  ยิ่งให้  ยิ่งได้ - Give More Get More
เราต้องให้ก่อนที่จะคาดหวังว่าจะได้รับ
ผู้ให้ย่อมสง่างาม ผู้รับย่อมอ่อนน้อม
การใส่ใจในผู้อื่นและการให้อย่างเต็มใจเพื่อบรรเทาความเจ็บปวด หรือให้ความรื่นรมย์ต่อผู้อื่นเป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดอย่างยิ่ง
บุคลิกภาพที่มองโลกในแง่ดี(มองโลกในความเป็นไปได้) และกระตือรือล้นรับเสมอ เป็นเสน่ห์ที่น่าดึงดูด เลือกเป็นผู้ให้ที่ไม่หวังสิ่งตอบแทน รับรองได้ครับคุณจะยิ่งได้ คุณจะได้กลับมามากกว่าที่คุณคาดหวังแน่ๆ ครับ

สร้างรายได้จากการสปอนเซอร์ผู้มุ่งหวังไม่รู้จบในการทำธุรกิจเครือข่ายไม่ต้องไล่ล่าผู้มุ่งหวังอีกต่อไป ดูวิดีโอ...ฟรีที่นี่

กลไกในการกำหนดจุดยืนให้คุณคือ "ผู้นำ"

คุณอยากทำ MLM ให้ประสบความสำเร็จใช่ไหม?นี่คือวีดีโอสอนวิธีการทำ MLM ให้ประสบความสำเร็จโดยทำทุกอย่างตรงกันข้ามกับที่คนส่วนมากทำอยู่ ฟรี!




กลไกในการกำหนดจุดยืนให้คุณคือ "ผู้นำ"
ถึงตรงนี้แล้ว การตลาดแบบดึงดูด เราไม่ได้เกี่ยวกับการออกไปตามล่าใคร มันไม่ได้เกี่ยวกับการออกไปตามล่าผู้มุ่งหวังเลย มันเกี่ยวกับการกำหนดจุดยืนของคุณในใจของผู้คน สิ่งนี้เราเรียกว่า "จุดกรองใจ"

การสร้างจุดกรองใจ ซึ่งผู้นำ รึ เซียน กูรู ล้วนเป็นที่น่าสนใจและดึงดูดผู้อื่น
พวกเขามีความรู้ทักษะที่ผู้คนแสวงและยังขาด
การออกหาผู้มุ่งหวัง ไม่ต่างอะไรจากการที่สิงโตออกล่าเหยื่อ
การกำหนดจุดยืนในตำแหน่งของผู้นำหรือผู้รู้ คือหัวใจสำคัญ คือหัวใจสำคัญในการดึงดูดหุ้นส่วนธุรกิจมาหาคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ
พวกเขากำลังแสวงหาผู้นำที่พาพวกเขาไปประสบความสำเร็จ

ผู้นำ เป็นคนที่อยู่ในความสนใจของคนอื่น
ทุกคนล้วนมีเรื่องราวของตัวเอง Be-Do-Have
สร้าง Mindset แปลว่า "พวกเขาต้องการคุณ  !! "
ร้อยละ 90 ของความสำเร็จ มันเป็นเรื่องของภาวะจิต คิดว่าแพ้ ก็แพ้ตั้งแต่ยังไม่ลงสนามครับ
มันไม่เกี่ยวกับสิ่งที่คุณจะได้รับเมื่อสำเร็จ แต่มันเกี่ยวกับคนที่คุณจะเป็นเมื่อสำเร็จ และคุณค่าที่คุณได้สร้างให้กับผู้อื่นต่างหาก
ลงทุนกับการเรียนรู้ เพื่อสร้างคุณค่าให้กับตัวเอง ต่อผู้อื่น
สะสมเรื่องราวมาแบ่งปัน
ทำตัวเองให้มีค่า
ความชำนาญที่คุณมี ไม่จำเป็นต้องมาจากประสบการณ์ส่วนตัว เพียงอย่างเดียว
เก็บเกี่ยวข้อมูลจากผู้อื่น - เป็นนักเรียนที่ดี
สำคัญมาก อย่าลืม ให้การสนับสนุน ช่วยเหลือทีมของคุณอย่างสม่ำเสมอ
อย่าทิ้งคนที่ต้องการพึ่งคุณเด็ดขาด
ทำให้ดู-สอนให้ทำ-สอนให้สอน

แล้วถ้าฉันยังไม่ประสบความสำเร็จล่ะ จะทำอย่างไร?

-ประกาศว่าตัวเองเป็นผู้รู้ คุณเป็นผู้นำ ครับ ถ้าคุณเองเชื่อ คนอื่นเขาก็เชื่อ

-เขียนบทความของตัวเอง เล่าประสบการณ์ -การค้นพบ-วิธีการใหม่ๆ นำไปใช้ ใช้ยังงัย -ชัยชนะ


-เขียนให้ง่ายๆ เอาของฟรีมาแปล จ้างคนเข้าเขียน (เราคิด)


-Testimonials - ของคุณเอง หรือ ของคนอื่น เขียนบอกเล่าเรื่องราวของคุณเอง ถ้าคุณเองยังไม่


ประสบความสำเร็จก็ให้เขียนถึงคนที่ประสบความสำเร็จครับ คุณสมบัติที่ดีเป็นยังไง

-เขียนบทวิจารณ์ บทความ หรือ วิดีโอ หรือ โพสเว็บบอร์ด/ฟอรั่ม เขียนในเชิงบวก แล้วแนะนำผู้คนเข้าชมเว็บเราเอง



นำเสนอแบบสบายๆ เรียบง่าย ไม่ต้องเป็นทางการ
ทุกสิ่งที่ทำ มันเกี่ยวกับการสร้างความไว้ใจ
เป็นตัวของตัวเอง ให้เป็นเนื้อแท้ ครับ
ถามความคิดเห็น ขอคำแนะนำ เมื่อจำเป็น
ใช้ Social Media- Facebook/myspace/Youtube
ใส่รูปคุณเข้าไปในสื่อต่างๆ -แสดงความมีตัวตนจริงๆครับ จับต้องได้

สรุป
กลไกที่เป็นองค์ประกอบของกระบวนการ "การตลาดแบบดึงดูด"
คือการประกอบเครื่องจักร "การตลาดแบบดึงดูด" รึเรียกอีกอย่างว่า --------> เครื่องมือเรียกหุ้นส่วน



ทำอย่างไรจะสปอนเซอร์คน ได้ เดือนล่ะ 5 คน










ทำอย่างไรจะสปอนเซอร์คนได้เดือนล่ะ 5 คน แทนที่จะเป็น 5 เดือน ต่อ 1 คน ได้บ้าง

การที่เราจะสปอนเซอร์ผู้มุงหวังให้เข้าสู่ธุรกิจเครือข่าย หรือ MLM เป็นโจทย์ที่ยากเอาการ สำหรับนักธุรกิจมือใหม่ๆทุกๆท่าน
เนื่องจากว่า ผู้คนเหล่านี้ ล้วนยังขาดประสบการณ์ มากๆ การให้ข้อมูลทางธุรกิจมีไม่มากเพียงพอ ไม่สามารถอธิบายตอบข้อโต้แย้งได้อย่างมั่นใจ
แถมยังมีความประหม่าแฝงอยู่ ทำให้บางครั้งจับต้นชนปลายไม่ถูก ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นตรงไหนยังไงก่อน พูดติดๆ ขัดขัดขาดความมั่นใจไป
และที่สำคัญที่สุด คือ ยังขาดความน่าเชื่อถือ

การสปอนเซอร์คน ด้วยตัวเอง สำหรับมือใหม่ๆ นั้นจึงยากเข็น ยากเสียยิ่งกว่าการสินค้าซะอีก

คุณอาจเคยตั้งคำถาม ถามตัวเองอยู่บ่อยๆ ว่าทำไมบางคน ถึงนำคนเข้าสู่ธุรกิจได้มากมาย ทุกๆ อาทิตย์ ทุกๆเดือน แต่ตัวคุณเอง พยายามแทบเป็นแทบตาย ก็ไม่มีสัญญาณใดๆ ตอบรับ กลับมา รึเราพยายามน้อยกว่าเขารึเปล่า



หยุดความคิดนั้นได้แล้วล่ะครับ หยุดอาการ ที่คิดมากต่างๆนา นา ได้แล้วครับ
   ถึงตรงนี้ผมก็ต้องบอกก่อนนะครับว่า ตัวผมเองก็ไม่เคยชวนคนเข้าร่วมธุรกิจได้เลย แม้แต่คนเดียวเช่นกัน ถ้าไม่มี upline ค่อยให้การช่วยเหลือ แนะนำ ที่ผมทำได้นั้นก็แค่เพียง หลอกล่อ ให้เพื่อนฝูง มาโดน upline หว่านล้อมให้ ผมเองก็มีหน้าที่ชวนปิดครับ
แต่หลังจากที่ผมเองได้เรียนรู้เทคนิควิธีการต่างๆเหล่านี้ ผลลัพธ์ ที่เกิดขึ้นในธุรกิจก็พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือเชียวครับ
หลักการเหล่านี้คือ อะไรบ้าง?
1. ถ้าคุณเองต้องการที่จะสปอนเซอร์ผู้มุ่งหวังได้ทีล่ะมากๆ ต่อเดือนคุณเองจะต้อง ได้คุยกับผู้มุ่งหวังที่มีคุณภาพ และจำนวนที่มากเพียงพอครับ

การที่คุณจะสปอนเซอร์คนเดือนละ 5 คน 10 คนได้นั้นจะได้อย่างไร? สมมุตินะครับ ว่า ถ้าเดือนนึง คุณมีคนให้คุยด้วย แค่เดือนล่ะ 5-10 คน และยิ่งคนเหล่านี้ ที่คุณได้คุยนั้น เป็นกลุ่มผู้มุ่งหวังไม่มีคุณภาพ มองแต่แง่ลบ ไม่ได้มีความสนใจเป็นทุนเดิม ตั้งแง่ร้ายต่างๆ คือไม่ได้สนใจในธุรกิจที่คุณกำลังเสนออยู่เลย ให้หยุดครับ เพราะโอกาสที่จะสปอนเซอร์ให้ได้เดือนละมากๆนั้น แทบเป็นไปได้ยาก หรือเป็นไปไม่ได้เลยครับ
 ดังนั้นคุณเอง จะต้องสร้าง รายชื่อของคุณเอง เพื่อคัดกรอง คัดเลือกกลุ่มเป้าหมายที่มีคุณภาพให้มีจำนวนที่มากเพียงพอ ถ้าคุณอยากจะประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว อย่าลืมบริหารเวลาของคุณเองด้วยนะครับ
* อย่ามัวเสียเวลากับกลุ่มผู้มุ่งหวัง ที่ไม่มีคุณภาพ และจำนวนเพียงหยิบมือ อย่างเช่นกลุ่มเพื่อนๆ ของคุณเอง (วันหนึ่งที่คุณทำสำเร็จ เพื่อนๆจะมาหาคุณเองเชื่อผม)
แต่จงมุ่งเน้น ทำการตลาดกับกลุ่มผู้มุ่งหวัง ที่มีคุณภาพ มีความพร้อม มีความตั้งใจ มีความมุ่งมั่น ที่จะทำในธุรกิจ และที่สำคัญ ให้กลุ่มคนเหล่านี้มีจำนวนที่มากเพียงพอ

2. มุ่งเน้นไปที่การแก้ปัญหา ให้กับกลุ่มผู้มุ่งหวังของคุณเอง
ในความหมายก็คือ ผมหมายความว่า เมื่อคุณเจอผู้มุ่งหวังของคุณที่มีคุณภาพซักคนแล้วนั้น ผมอยากให้คุณตัดความคิดที่ว่า
โอ้วว...เขาขับรถหรู มีตังค์แน่ๆ  มีบ้านใหญ่มีตังค์แน่ๆ เป็นเจ้าของกิจการ หรืออื่นๆใด จะต้องจับให้เค้าสมัครให้ได้ จะต้องทำยังไงให้ปิดรหัส ให้ได้มากที่สุด  ความคิดเหล่านี้นำมันออกไปให้หมดนะครับ
                         
แล้วเปลี่ยนตัวคุณเอง จาก "ผู้แทนของสุดยอดบริษัท MLM "ให้กลายเป็น ผู้แก้ปัญหาให้กับผู้มุ่งหวัง แทน  จากนั้นก็นำปัญหาเหล่านั้นที่ผู้มุ่งหวังประสบ นำมาวิเคราะห์ ว่าอะไรคือสิ่งที่ผู้มุ่งหวังต้องการ แล้วตัวคุณเองจะช่วยแก้ปัญหาให้เขาได้อย่างไร ดีกว่านะครับ
เพียงแค่คุณ จะต้องเข้าไปนั่งในใจ คนเหล่านี้ให้ได้แล้วนำความต้องการเขา ให้อยู่เหนือระดับความต้องการของคุณครับ จากนั้นก็แนะแนวทางหาทางออกของปัญหาให้กับเขาครับ

ยกตัวอย่างเช่น ในระหว่างที่คุณกำลังติดต่อพูดคุยกับผู้มุ่งหวัง จะเป็นการสื่อสารทางโทรศัพท์ก็ดี กับผู้มุ่งหวัง ถ้าเจอคำถาม ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม หรืออะไรก็ตามแต่ ทำให้คุณเองรู้สึกได้ว่า คนปลายสายที่เราได้ สนทนานี้ คาดว่าเบื้องต้น มีความเป็นไปได้ ที่จะเป็นผู้มุ่งหวังที่มีประสิทธิภาพ มีคุณภาพเพียงพอ แทนที่จะพยายาม จะขายของ หรือชวนเข้า center ห้องประชุมตามงานต่างๆ หรือห้องประชุม ออนไลน์ คุณควรให้จะให้ ข้อมูลที่มีคุณค่า และมีประโยชน์กับเขาโดยที่เราไม่หวังผลตอบแทน พูดคุย อารมณ์ make Friend ครับ
แต่ผมเองก็เข้าใจนะครับ ว่า ใครๆก็อยากขายสินค้า ใครๆก็อยากจะสปอนเซอร์คนให้เข้าร่วมธุรกิจ จำนวนมากๆๆ ไวๆๆ   แต่การกดดันให้คนซื้อสินค้า หรือเข้าร่วมธุรกิจของคุณเองนั้นไม่ได้ช่วย เร่งกระบวนการแห่งความสำเร็จ ของคุณให้เร็วขึ้นแม้แต่น้อยเลยนะครับ มีแต่จะทำให้ช้าลง

3.อย่าลืมแสวงหาความรู้ใหม่ๆ อยู่เสมอๆ เพื่อเพิ่มคุณค่าให้ตัวเอง
ข้อนี้ผมว่าไม่น่ายากนะครับ เพราะเริ่มที่ตัวเรา คุณเองจะช่วยแก้ปัญหาให้คนอื่นได้อย่างไร ถ้าในเมื่อตัวคุณเองยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้เลย
คุณเองจะ มอบให้คุณค่ากับผู้อื่นได้อย่างไร ถ้าตัวคุณเองไม่ได้มีอะไรจะเสนอ ออกไป
คุณจะ brand ตัวคุณเองให้เป็นผู้นำ ให้มีคนเฝ้าติดตามได้อย่างไร

ดังนั้นครับ อย่าหยุดที่จะพัฒนาตัวเองอยู่เสมอๆ

หมายถึงแสวงหาความรู้ใหม่ๆ นำมาพัฒนาปรับใช้กับชีวิตประจำวันแล้ว บอกเล่าให้คนอื่นๆได้นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ ค้นหาข้อมูล หรือลงคอร์ส อบรมต่างๆ เพื่อได้พัฒนาความคิดจิตใจ
ช่วยพัฒนาให้เราเป็นผู้นำที่ดียิ่งๆขึ้นไป และธุรกิจก็จะเติบโตอยู่เสมอๆ ครับ

การลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดในโลก ไม่ใช่การลงทุนในทองคำ หรืออสังหาริมทรัพย์ หรือ หุ้น
แต่เป็นการลงทุนเพื่อเพิ่มพูนความรู้ความสามารถในการที่จะสร้างสิ่งต่างๆ ต่างหากครับ